Popular Posts

ขับเคลื่อนโดย Blogger.
RSS

หว้ากอ




พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หว้ากอ ใน อุทยานวิทยาศาสตร์ หว้ากอ


ใครรักการถ่ายภาพ สัตว์ทะเล อยากถ่ายภาพสัตว์ทะเล แต่ไม่อยากดำน้ำ ไม่เคยดำน้ำ ดำน้ำไม่เป็น ไม่เป็นไร ลองมาถ่ายภาพกันที่นี่                 “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หว้ากอ ใน อุทยานวิทยาศาสตร์ หว้ากอ” ก็ไม่เลวเลยทีเดียว ต้วไม่เปียก แล้วยังเล่นกับปลาได้อย่างเต็มที่เลยที่เดียว ถึงปลาจะหนี ก็หนีไปได้ไม่ไกล ก็ว่ายผ่านกลับมาหน้ากล้องอยู่ดี แต่การถ่ายภาพที่นี่ก็มีข้อแม้อยู่เหมือนกัน นั่นก็คือ ห้ามใช้แฟลชโดยเด็ดขาดปลาที่นี่มีมั้งปลาน้ำจืด และปลาทะเล อยากจะฝีกมือกันแบบไหนก็ได้ แล้วก็ยังมีบรรยากาศของตู้ปลาแต่ละแห่ง ก็ถูกจัดแต่งไว้อย่างดีน่าสนใจมาก หากจะถ่ายภาพปลาแบบใกล้ชิดแล้ว ก็อย่าลืมที่จะถ่ายภาพบรรยากาศแบบกว้างๆ ด้วยแล้วกัน เค้าจัดวางเสียสวยงาม หากไม่เก็บภาพกลับมาเลย เดี๋ยวผู้ดำเนินการจะเสียใจเอาได้ ที่อุตส่าห์เฝ้าตบแต่งเสียสวยงามแล้ว ตากล้องยังมองข้าม ดังนั้นก็อย่าให้เสียน้ำใจเลยนะ ไปถึง พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หว้ากอ แล้ว ก็ถ่ายกลับมากันเต็มการ์ดเลยก็ได้ครับจากหมู่บ้านเล็กๆ ในอดีต      “หว้ากอ” กลายเป็นดินแดนที่มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของไทย เมื่อสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่พิสูจน์พระอัจฉริยภาพในรัชกาลที่ 4 ที่ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงได้อย่างถูกต้องแม่นยำ              พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงคำนวณว่า ในวันอังคาร เดือน 9 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะโรง จุลศักราช 1230 จะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง โดยเส้นศูนย์กลางของอุปราคาจะผ่านใกล้บ้านหว้ากอ แขวงเมืองประจวบคีรีขันธ์ในขณะนั้นมากที่สุด ทั้งนี้ทรงคำนวณล่วงหน้าถึง 2 ปี และไม่ปรากฎหลักฐานการคำนวณจากชาติตะวันตกมาก่อน จากนั้นได้เสด็จเยือนหว้ากอเพื่อทรงพิสูจน์การคำนวณเวลาและสถานที่เกิดสุริยุปราคา ซึ่งเป็นไปตามที่ทรงคาดการณ์              เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้แขกต่างชาติ ทั้งนักวิทยาศาสตร์และคณะทูตจากประเทศต่างๆ ได้ประจักษ์ในพระอัจฉริยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์ ทั้งๆ ที่ขณะนั้นไทยยังไม่มีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการคำนวณการเกิดสุริยุปราคาดังกล่าว ดังนั้น วันที่ 18 ส.ค.ของทุกปีซึ่งตรงกับวันที่เกิดสุริยุปราคาที่หว้ากอ จึงถือเป็น “วันวิทยาศาสตร์ไทย” และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็น “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”              นอกจากนี้เพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและวันสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ดังกล่าว ในปี 2532 คณะรัฐมนตรีจึงเห็นชอบให้ดำเนินโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ และในปี 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามแก่อุทยานวิทยาศาสตร์ดังกล่าวว่า “อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์”


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น